IELTS คืออะไร? สิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มเตรียมตัวสอบ

IELTS GUIDE

IELTS คืออะไร? สิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มเตรียมตัวสอบ

ทำความรู้จัก IELTS ตั้งแต่โครงสร้างการสอบ 4 ทักษะ คะแนน Band Score, Academic vs General Training ไปจนถึงสิ่งสำคัญที่ควรรู้ก่อนเริ่มวางแผนเตรียมสอบ

IELTS คืออะไร?

IELTS ย่อมาจาก International English Language Testing System เป็นการทดสอบความสามารถทางภาษาอังกฤษที่ประเมินทักษะการใช้ภาษา ในสถานการณ์ที่หลากหลาย

IELTS เป็นหนึ่งในข้อสอบภาษาอังกฤษที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง และคะแนน IELTS สามารถถูกใช้ประกอบการสมัครเรียนต่อ การทำงาน การย้ายถิ่นฐาน หรือวัตถุประสงค์อื่น ๆ ตามเกณฑ์ของแต่ละสถาบันหรือองค์กร

สิ่งสำคัญที่ควรรู้: IELTS ไม่ได้วัดแค่ “รู้ภาษาอังกฤษมากแค่ไหน” แต่ยังวัดความสามารถในการนำภาษาอังกฤษไปใช้ ผ่านการฟัง อ่าน เขียน และพูด

IELTS สอบอะไรบ้าง?

การสอบ IELTS ประเมินภาษาอังกฤษทั้งหมด 4 ทักษะ โดยแต่ละทักษะมีรูปแบบและลักษณะโจทย์ที่แตกต่างกัน

🎧

Listening

การฟังและจับใจความจากบทสนทนาและสถานการณ์ต่าง ๆ

📖

Reading

การอ่านและวิเคราะห์ข้อมูลจากข้อความหลากหลายรูปแบบ

✍️

Writing

การเขียนเพื่อสื่อสารและนำเสนอข้อมูลหรือความคิดเห็น

🗣️

Speaking

การสื่อสารภาษาอังกฤษกับผู้สอบในรูปแบบการสัมภาษณ์

ทักษะ สิ่งที่ประเมินโดยทั่วไป
Listening ความสามารถในการฟังและทำความเข้าใจข้อมูลที่ได้ยิน
Reading ความสามารถในการอ่าน ทำความเข้าใจ และค้นหาข้อมูล
Writing การสื่อสารผ่านการเขียนอย่างเป็นระบบและเหมาะสม
Speaking ความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษด้วยการพูด

1. IELTS Listening

Listening เป็นส่วนที่ทดสอบความสามารถในการฟังภาษาอังกฤษ โดยผู้สอบจะต้องฟังบทสนทนาและการพูดในสถานการณ์ต่าง ๆ พร้อมตอบคำถามตามข้อมูลที่ได้ยิน

สิ่งที่ควรฝึก: การจับ Keyword, การฟังรายละเอียด, การคาดเดาคำตอบจากบริบท และการสะกดคำให้ถูกต้อง

สำหรับผู้เริ่มต้น การฝึก Listening ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการทำข้อสอบจำนวนมากทันที แต่ควรสร้างความคุ้นเคยกับสำเนียง ความเร็วในการพูด และรูปแบบการฟังภาษาอังกฤษก่อน

2. IELTS Reading

Reading ทดสอบความสามารถในการอ่านและทำความเข้าใจข้อความ รวมถึงการค้นหาข้อมูล การจับใจความสำคัญ และการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของข้อมูลในบทอ่าน

สิ่งที่ควรฝึก: Skimming, Scanning, การหา Keyword, การทำความเข้าใจ Paraphrasing และการบริหารเวลา

หนึ่งในความท้าทายของ Reading คือเวลา ดังนั้นผู้สอบควรฝึกอ่านโดยไม่จำเป็นต้องแปลทุกคำ และเรียนรู้วิธีค้นหาข้อมูลที่โจทย์ต้องการอย่างเป็นระบบ

3. IELTS Writing

Writing เป็นส่วนที่หลายคนรู้สึกว่ายาก เพราะไม่ได้วัดเพียง Grammar แต่ยังรวมถึงการจัดโครงสร้าง การเลือกใช้คำ การพัฒนาแนวคิด และความชัดเจนของการสื่อสาร

องค์ประกอบ สิ่งที่ควรให้ความสำคัญ
Task Response / Task Achievement ตอบโจทย์ครบและตรงประเด็น
Coherence & Cohesion การจัดลำดับและเชื่อมโยงความคิด
Lexical Resource การเลือกใช้คำศัพท์อย่างเหมาะสม
Grammatical Range & Accuracy ความหลากหลายและความถูกต้องของ Grammar
จำไว้: การเขียน IELTS ที่ดีไม่ใช่การใช้คำศัพท์ยากที่สุด แต่คือการสื่อสารความคิดได้ชัดเจน เป็นระบบ และเหมาะสมกับโจทย์

4. IELTS Speaking

Speaking เป็นการพูดคุยกับผู้สอบในรูปแบบ Interview โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ซึ่งมีลักษณะคำถามแตกต่างกัน

Part ลักษณะโดยทั่วไป
Part 1 คำถามเกี่ยวกับตัวผู้สอบและหัวข้อในชีวิตประจำวัน
Part 2 พูดเกี่ยวกับหัวข้อที่ได้รับ โดยมีเวลาเตรียมตัวก่อนพูด
Part 3 พูดคุยและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับหัวข้อที่ลึกขึ้น

การเตรียม Speaking จึงไม่ควรเป็นการท่องคำตอบเพียงอย่างเดียว แต่ควรฝึกพัฒนาความคิดและตอบคำถามอย่างเป็นธรรมชาติ

IELTS Academic vs General Training

IELTS มีรูปแบบการสอบหลักที่ผู้สอบควรทำความเข้าใจก่อนสมัครสอบ ได้แก่ Academic และ General Training

🎓 IELTS Academic

มักใช้สำหรับวัตถุประสงค์ด้านการศึกษา เช่น การสมัครเรียนในระดับมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ผู้สมัครควรตรวจสอบเกณฑ์ของสถาบันที่ต้องการสมัครโดยตรง

  • เนื้อหา Reading มีลักษณะเชิงวิชาการมากกว่า
  • Writing Task 1 ใช้รูปแบบที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลหรือกราฟ
  • เหมาะกับผู้ที่มีเป้าหมายด้านการศึกษาตามเกณฑ์ที่กำหนด

🌏 IELTS General Training

มักใช้สำหรับวัตถุประสงค์ด้านการทำงาน การฝึกอบรม หรือการย้ายถิ่นฐานในบางกรณี โดยข้อกำหนดจะแตกต่างกันตามองค์กรหรือประเทศ

  • Reading เน้นบริบททั่วไปในชีวิตประจำวันและการทำงาน
  • Writing Task 1 เป็นการเขียนจดหมาย
  • ควรตรวจสอบประเภทการสอบที่หน่วยงานปลายทางกำหนด
ก่อนสมัครสอบ: อย่าเลือก Academic หรือ General Training จากความรู้สึกว่าง่ายกว่า ควรเริ่มจากตรวจสอบก่อนว่าโรงเรียน มหาวิทยาลัย บริษัท หรือหน่วยงานที่คุณกำลังสมัครต้องการ IELTS ประเภทใด

Band Score คืออะไร?

IELTS ใช้ระบบคะแนนแบบ Band Score ตั้งแต่ 0 ถึง 9 โดยคะแนนของแต่ละทักษะจะแสดงแยกกัน และมี Overall Band Score สำหรับคะแนนรวม

0
1
2
3
4
5
6
7
8
9
คะแนนต่ำสุด คะแนนสูงสุด
ตัวอย่าง: หากคะแนนของแต่ละทักษะแตกต่างกัน Overall Band Score จะคำนวณจากคะแนนทั้ง 4 ทักษะตามระบบการให้คะแนนของ IELTS

ดังนั้นก่อนตั้งเป้าหมาย เช่น Band 6.5 หรือ Band 7.0 ควรตรวจสอบก่อนว่าเป้าหมายของคุณต้องการ Overall Score หรือมี Minimum Score ในแต่ละทักษะด้วย

ภาษาอังกฤษเก่งอย่างเดียว พอไหมสำหรับ IELTS?

การมีพื้นฐานภาษาอังกฤษที่ดีเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ แต่การสอบ IELTS ยังมีรูปแบบโจทย์และข้อจำกัดด้านเวลา ที่ผู้สอบควรทำความเข้าใจ

English Skills

  • Vocabulary
  • Grammar
  • การฟัง
  • การอ่าน
  • การเขียน
  • การพูด

IELTS Test Skills

  • เข้าใจรูปแบบข้อสอบ
  • วิเคราะห์โจทย์
  • บริหารเวลา
  • รู้วิธีตอบคำถามแต่ละประเภท
  • วางโครงสร้างคำตอบ
  • ฝึกภายใต้เวลาจริง
จุดสำคัญ: การเตรียม IELTS ที่มีประสิทธิภาพจึงควรพัฒนาทั้ง “ภาษาอังกฤษ” และ “ทักษะการทำข้อสอบ” ไปพร้อมกัน

ควรรู้ระดับภาษาอังกฤษของตัวเองก่อนเริ่ม

ก่อนเริ่มเตรียม IELTS การรู้ว่าตัวเองอยู่ระดับไหน จะช่วยให้วางแผนได้ตรงกับจุดเริ่มต้นมากขึ้น

หากยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มจาก Grammar, Vocabulary, General English หรือ IELTS Preparation การประเมินระดับภาษาอังกฤษก่อนสามารถช่วยให้เห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น

ลองถามตัวเอง 3 ข้อ:
1. ตอนนี้ฉันใช้ภาษาอังกฤษได้ประมาณระดับไหน?
2. ทักษะไหนเป็นจุดแข็งและทักษะไหนต้องพัฒนา?
3. ฉันต้องการคะแนน IELTS เท่าไร และต้องใช้ภายในเมื่อไร?

ต้องเตรียม IELTS นานแค่ไหน?

ไม่มีระยะเวลาเดียวที่เหมาะกับทุกคน เพราะขึ้นอยู่กับระดับภาษาอังกฤษปัจจุบัน เป้าหมายคะแนน และเวลาที่สามารถฝึกได้ในแต่ละสัปดาห์

สิ่งที่ควรพิจารณา คำถามที่ควรถามตัวเอง
ระดับปัจจุบัน ตอนนี้ภาษาอังกฤษของเราอยู่ระดับไหน?
เป้าหมาย ต้องการ Overall หรือคะแนนขั้นต่ำรายทักษะเท่าไร?
Deadline ต้องใช้คะแนนภายในวันไหน?
เวลาในการฝึก สามารถฝึกได้กี่ชั่วโมงต่อสัปดาห์?

การรู้ข้อมูลเหล่านี้ตั้งแต่ต้นจะช่วยให้สามารถวางแผน และติดตามพัฒนาการของตัวเองได้ง่ายขึ้น

5 ขั้นตอน เริ่มต้นเตรียม IELTS อย่างเป็นระบบ

1

กำหนดเป้าหมาย

รู้ก่อนว่าต้องการคะแนนเท่าไร และจะนำคะแนนไปใช้ทำอะไร

2

ประเมินระดับปัจจุบัน

หาจุดเริ่มต้นของตัวเองก่อน เพื่อดูว่าทักษะไหนควรได้รับการพัฒนาเป็นอันดับแรก

3

ทำความเข้าใจข้อสอบ

เรียนรู้รูปแบบคำถาม วิธีตอบ และข้อจำกัดด้านเวลาของแต่ละทักษะ

4

วางแผนการฝึก

กำหนดเวลาในการฝึกแต่ละทักษะ และเลือกวิธีเรียนที่เหมาะกับระดับและเป้าหมาย

5

ติดตามผลและปรับแผน

ทำ Mock Test หรือประเมินผลเป็นระยะ เพื่อดูพัฒนาการและปรับแผนให้เหมาะสม

ถ้าอยู่สุราษฎร์ธานี เริ่มเตรียม IELTS ที่ไหนดี?

สำหรับผู้ที่อยู่สุราษฎร์ธานีหรือพื้นที่ใกล้เคียง การเลือกสถานที่เรียนควรพิจารณามากกว่าความสะดวกในการเดินทาง

สิ่งที่ควรพิจารณา:
  • มีการประเมินระดับก่อนเริ่มเรียนหรือไม่
  • มีแผนการเรียนที่สอดคล้องกับเป้าหมายหรือไม่
  • ครูสามารถให้ Feedback รายทักษะได้หรือไม่
  • มีการติดตามพัฒนาการหรือไม่
  • สามารถช่วยวางแผนจากระดับปัจจุบันไปสู่เป้าหมายได้หรือไม่

เพราะการเตรียม IELTS ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการทำข้อสอบจำนวนมาก แต่ควรเริ่มจากการรู้ว่า “ตอนนี้เราอยู่ตรงไหน และก้าวต่อไปควรทำอะไร”

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ IELTS

IELTS ยากไหม?
ความยากของ IELTS ขึ้นอยู่กับระดับภาษาอังกฤษ เป้าหมายคะแนน และความคุ้นเคยกับรูปแบบข้อสอบของแต่ละคน การประเมินระดับก่อนเริ่มสามารถช่วยให้วางแผนได้เหมาะสมมากขึ้น
ควรเริ่ม IELTS ตอนภาษาอังกฤษระดับไหน?
ไม่มีระดับเดียวที่กำหนดว่าต้องเริ่ม IELTS เมื่อไร แต่ควรรู้ระดับภาษาอังกฤษและเป้าหมายของตัวเองก่อน เพื่อเลือกแผนการเรียนที่เหมาะสม
ควรสอบ IELTS Academic หรือ General Training?
ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และข้อกำหนดของหน่วยงานหรือสถาบันที่ต้องการใช้คะแนน ควรตรวจสอบ Requirement โดยตรงก่อนสมัครสอบ
ต้องเรียน IELTS ก่อนสอบหรือไม่?
ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน แต่การเรียนหรือฝึกอย่างมีแผน สามารถช่วยให้ผู้สอบเข้าใจรูปแบบข้อสอบ รู้จุดที่ต้องพัฒนา และบริหารเวลาได้ดีขึ้น
ควรเริ่มเตรียม IELTS อย่างไร?
เริ่มจากกำหนดเป้าหมาย ตรวจสอบ Requirement ประเมินระดับภาษาอังกฤษปัจจุบัน จากนั้นจึงวางแผนการฝึกให้เหมาะกับเวลาและเป้าหมายของตัวเอง

พร้อมเริ่มต้นวางแผน IELTS แล้วหรือยัง?

หากยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มจากตรงไหน ลองพูดคุยกับ The Language เพื่อดูระดับปัจจุบัน และวางแผนขั้นต่อไปให้เหมาะกับเป้าหมายของคุณ

เริ่มต้นวางแผน IELTS

The Language — IELTS Preparation & English Learning